BCAA, BCAA’s, Branched-chain amino acids, กรดอะมิโน(Amino acid), Isoleucine(ไอโซลิวซีน ),Leucine(ลิวซีน), Valine( วาลีน), L-Glutamine(แอลกลูตามีน), L-carnitine(แอลคาร์นิทีน), L-Arginine(แอลอาร์จินีน), อาหารเสริม(Supplement), นูทริชั่น(Nutrition), แทนมื้ออาหาร, กล้ามเนื้อ(Muscle), สร้างกล้ามเนื้อ, ออกกำลังกาย(Exercise), ฟิตเนต(Fitness), ลดน้ำหนัก, เพิ่มน้ำหนัก, เพาะกาย, เล่นกล้าม, ฟิตเนต, เวย์โปรตีน(Whey Protein), เวย์โปรตีนไอโซเลต(Whey Protein Isolate), เวย์โปรตีนคอนเซนเทรต(Whey Protein Concentrate), ซอยโปรตีน(Soy Protein), ซอยโปรตีน ไอโซเลท(Soy Protein Isolate), โปรตีน(Protein), คาร์โบไฮเดรต(Carbohydrate), ไขมัน(Fat), วิตามิน,ไวตามิน(Vitamin), พลังงาน, กำลัง, สารให้ความหวาน, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล, น้ำตาล, น้ำตาลซูโครส(Sucrose), ซูคราโลส(Sucralose), แอสปาแตม(Aspartame), อะเซซัลเฟมเค(Acesulfame-K), ปราศจากน้ำตาล, คาร์โบไฮเดรตต่ำ, Low carb, โปรตีนสูง, Free Lactcse, ไขมันต่ำ, ดูดซึมเร็ว, เลขทะเบียน อย., เลขทะเบียนตำรับอาหาร, GMP, เวย์ไทยคุณภาพ,เวย์ไทยที่กำลังเป็นที่นิยม, ถูกต้องตามกฎหมาย, ใช้เวย์โปรตีนไอโซเลท 100 %, นักกีฬาส่วนใหญ่เลือกใช้

freakwhey.com
12/08/2553 10:42 น. , อ่าน 8,326 ครั้ง
ปลาทูนึ่งให้โปรตีนจริงหรือ
YaiNooAK
12/08/2553
10:42 น.
แก้ไขข้อความล่าสุดเมื่อวันที่ 2010-08-12 09:31:43 โดย YaiNooAK
เคยอ่านผ่านตาบ่อยๆ นักเพาะกายบางท่านแนะนำให้ทานปลาทู แล้วยังบอกถึงคุณค่าของโปรตีนจากปลาทูนึ่งอีกด้วยว่ามีปรอมาณเท่าไร ซึ่งยายหนูอ่านแล้วไม่คิดว่าปลาทูนึ่ง จะเหลือสารอาหารอะไรไว้ให้เรา นอกจากซากของปลา...

เคยมีเพื่อนทำอาชีพนี รถแช่แข็งจะเอาปลามาส่งประมาณเที่ยงคืน เขาขนออกมากองไว้บนพื้นปูน เป็นปลาซึ่งแช่เป็นน้ำแข็งลักษณะเป็นก้อนเหลี่ยมขนาดประมาณ2x2ฟุต หนาไม่เกิน5-6นิ้ว เขาเอาน้ำราดแล้วปล่อยทิ้งให้มันละลาย ประมาณ2ชั่วโมง จากนั้นก็คัดขนาด ควักไส้ แล้วล้างน้ำอีกที เอาเรียงลงเข่ง แล้วเอาไปเรียงใส่ตะแกรงซึ่งทำด้วยลวด แล้วจุ่มลงในปี๊บที่ต้มน้ำเกลือตั้งเดือดอยู่บนเตาเป็นสิบเตา พอสุกก็ยกออกมา สามีก็เอาไปส่งในตลาด ซึ่งมองดูวิธีการผลิตแล้ว มันสูญเสียคุณค่าทางสารอาหารตั้งแต่แช่แข็ง ล้างน้ำ แล้วก็ต้ม แบบนี้เพื่อนๆคิดว่า ปลาทูนึ่ง(ต้ม) มันจะเหลือโปรตีนสักเท่าไร...

มาอ่านวิธีการที่ก็อปมาจากเว็บหนึ่งกันบ้าง...

http://workdeena.blogspot.com/2009/05/blog-post_03.html

การทำปลาทูนึ่ง

อาชีพอิสระของวันนี้ workdeena อยากแนะนำการทำอาชีพ "ขายปลาทูนึ่ง" ที่อยากแนะนำอาชีพนี้เพราะ เมื่อวันก่อน workdeena ไป ตลาด และได้ไปซื้อปลาทู พอแม่ค้าบอกราคาเท่านั้นต้องอึ้ง... มันแพงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาทูแท้หรือไม่แท้ก็ตาม มันแพงได้ใจจริงๆ วันนี้ workdeena เลยนำอาชีพ การทำปลาทูนึ่งมาฝากเพื่อนๆ กัน



ขั้นตอนในการทำปลาทูนึ่ง :
- ก่อนอื่น เมื่อเราได้ปลาทูสดมา หรือปลาทูสดแช่แข็ง แต่ถ้าเป็นปลาทูสดแช่แข็งเพื่อนๆ ต้องละลายน้ำแข็งก่อนนะ โดยการแช่น้ำให้ท่วมจนกว่าจะพอละลายบ้างแล้ว และเราก็ค่อยๆ เอาออกจากกัน แล้วเพื่อนๆ ก็เอาไส้ออก โดยการอ้าปากปลาทู แล้วดึงเหงือกปลาทูออกมาและใส่ทั้งหมดก็จะออกมาด้วย ***(ไส้ปลาทูอย่าทิ้งนะเพราะมันขายได้ และทำเงินได้ดีด้วย แล้วเดี๋ยวจะบอกในครั้งหน้่า)***


* เมื่อ เอาไส้ออกแล้ว เราก็จับหน้าปลาทูหักลงมาที่ท้องปลาแล้วเรียงใส่เข่ง เข่งละ 2 ตัว หรือ 3 ต้ว แล้วแต่ขนาดของตัวปลา หรือบางครั้งอาจจะใส่ได้เพียงตัวเดียว เพราะเป็นปลาตัวใหญ่


เมื่อ ทำเสร็จแล้วก็ยกเข่งเรียงใส่ภาชนะที่จะยกลงต้ม น้ำต้มจะต้องใส่เกลือเม็ดลงไป แล้วรอให้น้ำร้อนและเดือด แล้วยกภาชนะที่ใส่เข่งปลาทูไว้ลงต้มประมาณ 15-20 นาที แล้วยกขึ้นมาว่างให้เสด็จน้ำ แล้วนำออกขายได้เลย

***แต่มีเคล็ดลับในการต้มอยู่นิดหน่อย workdeena จะแอบบอกให้อย่าไปบอกใครนะ คือ ในน้ำต้มปลาทูเราต้องใส่ น้ำส้มสายชูเล็กน้อย เพื่อให้หนังปลาทูไม่แตก และถ้าวันไหนเราขายไม่หมด เราก็ยังนำปลาทูนั้นมาต้มอุ่นได้อีกครั้ง โดยไม่ทำให้ตัวของปลาทูมีสีเหลืองมองแล้วไม่น่ากิน และไม่น่าซื้อ***


เรามาคำนวนกันดูว่า ต้นทุนกำไรเป็นอย่างไรกันบ้าง :

* ปลาทูสด 1 กิโล ประมาณ 7-8 ตัว ราคาประมาณ 50 บาท หรืออาจจะมากหรือน้อยก่าวนี้ นึ่งขายเข่งละ 2 ตัว จะได้กำไร กิโลละ 10-30 บาท
* แต่ ถ้าเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ด้อยู่ใกล้กับวัตุดิบ เพื่อนๆ ก็สามารถหาซื้อปลาทูสดที่เขาแช่แข็งได้ที่ร้านห้องเย็น เขาจะมีให้เลือก เช่น ปลาทู ปลาสีกุน ปลาผี ปลาแขก ปลาหางแข็ง ปลาทูแท้
* ก้อนละ 5 กิโล ราคาประมาณ 250-300 บาท หรือก้อนละ 1,000บาท ก็มี ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ขนาด ชนิดของปลา หรือน้ำหนักก้อนด้วย
* บาง ครั้งเราสามารถแยกปลาทูสดแช่แข็งได้ออกไปอีกเช่นใน 1 ก้อน...แยกได้ปลาไซส์ใหญ่ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์...เกรดรองไซส์กลาง กับไซส์เล็ก ก็แบ่งกันไปไซส์ละ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่เพื่อนๆ จะแยกออกมา คำนวนดีๆ อย่าให้ขาดทุนกำไรมากนัก
ความคิดเห็นทั้งหมด 14 รายการ |
ความคิดเห็นที่ 1
plasmid
12/08/2553
16:37 น.
เหลือสิครับ ทำไมจะไม่เหลือ กระบวนการท่คุณว่า ทั้งล้าง แช่แข็ง ต้ม นึ่ง มันก็ทำให้ denature
บางส่วนครับ โครงสร้างเปลี่ยน แต่โปรตีนยังเหลือเหมือนเดิม (อาจจะลดลงนิดหน่อยไปกับน้ำล้างครับ)
ความคิดเห็นที่ 2
umbrella
12/08/2553
17:40 น.
.......................

ปลาทูนึ่งนี่ ของโปรดผมเลยนะครับ ถ้าวันไหนแม่ทำปลาทูนึ่งทอดงี้ ผมใช้เวลาอยู่กับโต๊ะกินข้าวได้นานเป็นพิเศษเลยครับ

....................................................
ความคิดเห็นที่ 3
DA.
12/08/2553
20:54 น.
ความคิดเห็นที่ 4
YaiNooAK
12/08/2553
21:29 น.
แก้ไขข้อความล่าสุดเมื่อวันที่ 2010-08-12 09:37:34 โดย YaiNooAK
พี่ว่าสารอาหารมันออกไปอยู่ในน้ำที่ต้มเกือบหมดแล้วน้า ถ้าเอามานึ่งก็ว่าไปอย่าง

ลองเอาปลา หรือเนื้อสัตว์อะไรก็ได้ ไปต้มโดยที่ไม่ต้องเติมอะไรเลยครึ่งชั่วโมง เอาตักเนื้อออกมาชิม มันจะจืดสนิท แต่รสชาติไปอยู่ที่น้ำ

คนจีนชอบเอาเนื้อไก่และเครื่องยาจีนต่างๆต้มรวมกัน แล้วซดแต่น้ำต้ม ส่วนกากเททิ้ง
ความคิดเห็นที่ 5
YaiNooAK
12/08/2553
21:41 น.
คุณร่ม...ตอนเด็กๆพี่ก็ชอบ ข้าวร้อนๆ เหยาะน้ำปลา แล้วเอาปลาทูทอดมาคลุก แต่เปลืองข้าวมากๆ กินแบบหยุดไม่อยู่โดยเฉพาะถ้ามีน้ำพริกกะปิด้วย

ตั้งแต่เรียนรู้เรื่องโภชนาการ พี่เปลี่ยน ซื้อปลาทูสดเอามาต้มยำ ซดน้ำคล่องคอ(เหมือนคนแก่ทั่วๆไป)
ความคิดเห็นที่ 6
plasmid
12/08/2553
22:48 น.
อ๋อ รสหวานๆในน้ำซุปเวลาต้มเนื้อส่วนนึงมันคืออมิโนที่ชื่อกลูตามีนละลายออกมากครับ จะได้รสกลมกล่อมออกมา

แต่ยังไงในเนื้อมีโปรตีนอยู่ชัวร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ ลดไปก็นิดเดียว ไม่งั้นนักเพาะกายคงไม่มีใครต้มไก่กินกันแล้วครับ

ด้วยควาเคารพครับพี่ ไม่อยากให้พี่เข้าใจผิด
ความคิดเห็นที่ 7
Frex
13/08/2553
10:23 น.
Protein เปลี่ยนสภาพเมื่อโดนความร้อนจ้า ส่วนที่จะเสียจริงๆคือพวกวิตามินครับผม
ความคิดเห็นที่ 8
Frex
13/08/2553
10:27 น.
ปลาทู
ปลาทู
?

ปลาทูโม่ง (R.kanagurta)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร Animalia
ไฟลัม Chordata
ชั้น Actinopterygii
อันดับ Perciformes
วงศ์ Scombridae
วงศ์ย่อย Scombrinae
สกุล Rastrelliger
ข้อมูลทั่วไป
ชนิด
Rastrelliger brachysoma Bleeker, ค.ศ. 1851
Rastrelliger kanagurta Cuvier, ค.ศ. 1816
Rastrelliger faughni Matsui, ค.ศ. 1967
ปลาทู เป็นชื่อสามัญในภาษาไทยที่ใช้เรียกปลาทะเลจำพวกหนึ่งในสกุล Rastrelliger ในวงศ์ Scombridae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับปลาโอ, ปลาอินทรีและปลาทูน่า มีพฤติกรรมมักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงบริเวณกลางน้ำถึงผิวน้ำ ตั้งแต่บริเวณชายฝั่งจนถึงระดับความลึก 200 เมตร ในน่านน้ำไทย พบทั้งหมด 3 ชนิด เป็นปลาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นอาหารทะเลหลักของคนไทยมาช้านาน [1]

ซ่อน ประวัติ

ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้จ้าง ดร.ฮิว แมคคอร์มิค สมิธ นักมีนวิทยาชาวอเมริกันมาเป็นที่ปรึกษากรมรักษาสัตว์น้ำ (กรมประมงในปัจจุบัน) เพื่อสำรวจพันธุ์ปลาต่าง ๆ ในประเทศไทย มีหลวงมัศยจิตรการ (ประสพ ตีระพันธุ์) เป็นผู้ช่วยและวาดภาพปลา ท่านผู้นี้เป็นผู้วาดภาพปลาทูภาพแรกในประเทศไทย [2] ใน พ.ศ. 2468 ไทยนำเรืออวนตังเกจากจีนมาใช้ทำให้จับปลาทูได้มาก ปลาทูที่เหลือทำเป็นปลาทูเค็มส่งไปขายต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง จนในภาษาอินโดนีเซียเรียกปลาทูเค็มว่า Ikan siam [2]

พ.ศ. 2503 รัฐบาลไทยนำเครื่องมืออวนลากจากเยอรมนีตะวันตกมาใช้และเมื่อมีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกทำให้การประมงขยายตัวมากขึ้น จนกระทั่งจำนวนปลาทูในอ่าวไทยลดจำนวนลงในที่สุด

↑ กลับไปที่หัวข้อ
ซ่อน ที่อยู่

ในอดีตเชื่อว่าปลาทูที่จับได้ในอ่าวไทยมาจากเกาะไหหลำ แต่ปัจจุบันพบว่าปลาทูเกิดในอ่าวไทยเป็นปลาผิวน้ำ รวมกันเป็นฝูงบริเวณใกล้ฝั่ง พบเฉพาะบริเวณอุณหภูมิผิวน้ำไม่ต่ำกว่า 17 องศาเซลเซียส ความเค็มของน้ำไม่เกิน 32.5 % แต่ทนความเค็มต่ำได้ถึง 20.4 % จึงพบในบริเวณน้ำกร่อยได้ [2] ปลาทูวางไข่แบบไข่ลอยน้ำ ไข่ที่ได้รับการผสมจะลอยน้ำอยู่ได้ ช่วงที่วางไข่คือกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

↑ กลับไปที่หัวข้อ
ซ่อน การบริโภค

ปลาทู นำมาเป็นอาหารไทยมีจำหน่ายในรูปแบบ ปลาทูสด และปลาทูนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการขายเป็นใส่ภาชนะที่เรียกว่า เข่งปลาทู นิยมนำมาทอด รับประทานคู่กับน้ำพริกกะปิ หรือ ทำเป็นน้ำพริกปลาทู ส่วนปลาทูสดนิยมนำมาทำเป็นต้มยำปลาทู

เนื้อปลาทูมีสารโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ในเนื้อปลาทู 100 กรัมมีสารโอเมก้า 3 ราว 2-3 กรัม ช่วยลดอัตราการตายจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดตีบ และยังลดโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ รวมทั้งลดความหนืดของเลือด ลดการอักเสบ ทำให้ความข้นในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ [3]

↑ กลับไปที่หัวข้อ
ซ่อน ชนิดพันธุ์

ปลาทูตัวสั้น หรือ ปลาทูสั้น (ชื่อสามัญ: Short-bodied mackerel ชื่อวิทยาศาสตร์: Rastrelliger brachysoma) เป็นสายพันธุ์ที่นิยมบริโภคมากที่สุด
ปลาลัง หรือ ปลาทูโม่ง (ชื่อสามัญ: Indian mackerel ชื่อวิทยาศาสตร์: Rastrelliger kanagurta)
ปลาทูปากจิ้งจก (ชื่อสามัญ: Island mackerel ชื่อวิทยาศาสตร์ Rastrelliger faughni)


ขอบคุณ วิก่พีเดีย
ความคิดเห็นที่ 9
YaiNooAK
13/08/2553
14:02 น.
อ้าว สรุปแล้ว โปรตีนนี่ไม่ไช่สารอาหารหรอกหรือ...โง่มาตั้งนาน

ส่วนไก่ที่พี่เคยอ่านในเว็บของฝรั่งมักจะเป็นอบกับนึ่ง ไม่เห็นมีต้ม ถ้าจะต้มก็ต้มรวมกับผักทำเป้นซุปแล้วกินน้ำต้มด้วย...

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่....
ความคิดเห็นที่ 10
Vegita
14/08/2553
10:42 น.
กินปลาทูไม่เป็นครับ สู้กลิ่นเค้าไม่ไหวอะครับ เศร้าเลย
ความคิดเห็นที่ 11
Frex
16/08/2553
14:34 น.
พี่ YaiNooAK โปรตีนเป็นสารอาหารครับ เพียงแต่มันไม่ sensitive เท่ากับพวกวิตามินที่ ละลายในน้ำ เช่น C B-complex เท่านั้นเองครับ แต่โดยรวมก็เรียกว่า สารอาหารเหมือนกันครับ
ความคิดเห็นที่ 12
YaiNooAK
16/08/2553
22:43 น.
แก้ไขข้อความล่าสุดเมื่อวันที่ 2010-08-16 17:18:44 โดย YaiNooAK
พี่ตัดสินใจไม่ผิดที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกในเว็บนี้ ทีแรกก็กล้าๆกลัวๆ

การที่เราเป็นใหญ่ในที่เล็กเหมือนเดินย่ำอยู่กับที่
พอมาเป็นเล็กในที่ใหญ่ เหมือนเดินไปข้างหน้าตลอด

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
navyblue
21/08/2553
12:26 น.
อ้างอิงความคิดเห็นของคุณ Vegita

กินปลาทูไม่เป็นครับ สู้กลิ่นเค้าไม่ไหวอะครับ เศร้าเลย


อร่อยนะ

พอดีผมเจอข้อมูลของ กองโภชนาการ สธ.
short-body mackerel steamed ปลาทูนึ่ง(100g) 136Kcal Protien:25g Fat:4g

ปลาทูมีหลายวงศ์ครับ อาศัยอยู่ทั้งน้ำลึก น้ำกร่อย
ความคิดเห็นที่ 14
bombjaab
25/06/2555
13:53 น.
กระทู้ดีๆ ขุดมาให้อ่าน อ่านๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นทั้งหมด 14 รายการ |
กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งาน [เข้าระบบ] [ลงทะเบียนใหม่]
แนบรูปประกอบ:
นามสกุล *.jpg , *.gif เท่านั้น
Stat Counter : (Since 20 August 2010)